ผีเอ๋ยผีเสื้อ(ชื่อน่ากลัวแต่ตัวน่ารัก)


ประเภทของผีเสื้อ

ผีเสื้อ อาจแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ ผีเสื้อกลางวัน และผีเสื้อกลางคืน
ในทางอนุกรมวิธาน ได้จัดผีเสื้อกลางวัน และผีเสื้อกลางคืนอยู่ในอันดับย่อย (Suborder) ต่างกัน คือ
อันดับย่อยผีเสื้อกลางวัน (Butterfly) และอันดับย่อยผีเสื้อ กลางคืน (Moth)
ผีเสื้อในโลกนี้มีมากนับเป็นแสนชนิด แต่ส่วนใหญ่ เป็นผีเสื้อกลางคืน หรือมอท
ผีเสื้อกลางวันจะมีประมาณ 10 % ของผีเสื้อทั้งหมด แต่เนื่องจากผีเสื้อกลางวันมีสีสรรสวยงามสะดุดตา
และโอกาสที่พบเห็นได้ง่าย ผีเสื้อกลางวันจึงเป็นที่รู้จักมากกว่า

การจำแนกชนิดของผีเสื้อ

การจำแนกชนิดของผีเสื้อมีหลายวิธี แต่วิธีที่ง่ายและสะดวกคือ
การดูสีสันและลวดลาย ที่แตกต่างกันกัน ออกไปในผีเสื้อแต่ละชนิด
บางชนิดมีสีสันและลวดลายบนปีกด้านบนเหมือนกัน แต่แตกต่างกันที่ปีกด้านล่าง
ส่วนใหญ่ผีเสื้อในสกุล (genus) หรือ วงศ์ (family) เดียวกัน จะมีความเหมือน และใกล้เคียงกัน
นอกจากสังเกตจากตัวเต็มวั ของผีเสื้อเองแล้ว ลักษณะของตัวหนอน และดักแด้ ของผีเสื้อแต่ละชนิด
ก็สามารถใช้ในการจำแนกชนิดของผีเสื้อได้ เช่นกัน ผีเสื้อจำนวนมากมีลักษณะโดดเด่น
สามารถจำแนกชนิดได้ง่าย เช่น ผีเสื้อสะพายฟ้า หรือถ้าไม่ทราบชนิด ก็พอจะทราบกลุ่ม
เช่น กลุ่มผีเสื้อถุงทอง กลุ่มผีเสื้อหางติ่ง นอกจากสีสันของปีกแล้ว
แถบสีที่ปรากฏอยู่ตามช่องว่าง ระหว่างเส้นปีก และจุดแต้มสีที่เรียงรายกันอยู่ตามบริเวณต่างๆ
ของปีกทั้งด้านบน และด้านล่าง ก็เป็นลักษณะที่สำคัญที่ใช้จำแนกชนิดของผีเสื้อ
สำหรับในประเทศไทยมีการสำรวจและจำแนกผีเสื้อ ได้อย่างน้อยที่สุด 40 วงศ์ด้วยกัน
แบ่งเป็นผีเสื้อ กลางวัน 11 วงศ์ และผีเสื้อกลางคืน 29 วงศ์ ในผีเสื้อกลางวัน 11 วงศ์
ได้จำแนกชนิดไว้แล้ว 1,140 ชนิด และคาดว่า ผีเสื้อกลางคืนจะมีมากกว่า 10 เท่าด้วยกัน
โดยวงศ์ต่างๆ ของผีเสื้อกลางวัน มีดังนี้
1. วงศ์ผีเสื้อหางติ่ง (Family Papilionidae)
2. วงศ์ผีเสื้อหนอนกระหล่ำ (Family Pieridae)
3. วงศ์ผีเสื้อหนอนใบรัก (Family Danaidae)
4. วงศ์ผีเสื้อสีตาล (Family Satyridae)
5. วงศ์ผีเสื้อป่า (Family Amathusiidae)
6. วงศ์ผีเสื้อขาหน้าพู่ (Family Nymphalidae)
7. วงศ์ผีเสื้อหนอนหนาม (Family Acraeidae)
8. วงศ์ผีเสื้อหัวแหลม (Family Libytheidae)
9. วงศ์ผีเสื้อปีกกึ่งหุบ (Family Riodinidae)
10. วงศ์ผีเสื้อสีน้ำเงิน (Family Lycaenidae)
11. วงศ์ผีเสื้อบินเร็ว (Family Hesperiidae)
1. วงศ์ผีเสื้อหางติ่ง (Family Papilionidae)
ผีเสื้อในวงศ์นี้ส่วนมากมีขนาดค่อนข้างใหญ่ ปลายปีกคู่หลังจะมีส่วนยื่นยาวออกมา คล้ายหางหรือติ่ง
แต่บางชนิดก็ไม่มี ปกติเพศผู้ชอบลงกินอาหาร และน้ำ ตามพื้นดิน หรือทรายที่ชื้นแฉะซึ่งมีมูลสัตว์หรือ
ปัสสาวะปะปน ส่วนเพศเมียมักหากินตามยอดไม้ในระดับสูง ผีเสื้อวงศ์นี้พบชุกชมมาก
ในประเทศเขตร้อน ในการสำรวจครั้งนี้พบจำนวน 18 ชนิด

2. วงศ์ผีเสื้อหนอนกระหล่ำ (Family Pieridae)
ผีเสื้อในวงศ์นี้ ถ้าแบ่งตามสีจะมี 2 กลุ่มด้วยกัน คือ กลุ่มที่มีปีกสีเหลืองและสีขาวมักพบลงกินอาหาร
ตามพื้นดินทรายพร้อม ๆ กันเป็นกลุ่มใหญ่ พบมากในประเทศเขตร้อน
ในการสำรวจครั้งนี้พบจำนวน 12 ชนิด

3. วงศ์ผีเสื้อหนอนใบรัก (Family Danaidae)
ผีเสื้อในวงศ์นี้เป็นชนิดที่มีพิษในตัว โดยได้รับพิษจากพืชอาหารที่ตัวหนอนกินเข้าไป
บางครั้งอาจเรียกผีเสื้อวงศ์นี้ว่า ผีเสื้อลายเสือ ตามลักษณะสีสันของตัวหนอน
และผีเสื้อบางชนิดที่มีลายคล้ายลายเสือ ตัวหนอนกินพืชจำพวก ที่มียางสีขาว หรือยางใสเหนียว เป็นอาหาร
เช่น มะเดื่อ รัก เพศผู้ มีแถบสีเข้มกลางปีกคู่หลัง เพศเมีย จะไม่มีแถบสีที่กลาง ปีกคู่หลังจึงสามารถ
ใช้แถบเป็นที่ สังเกตบอกเพศได้ ในการสำรวจครั้งนี้พบจำนวน 8 ชนิด

4. วงศ์ผีเสื้อสีตาล (Family Satyridae)
ผีเสื้อในวงศ์นี้ส่วนมากมีสีน้ำตาลเข้ม และมีจุดคล้ายดวงตาบนแผ่นปีก มักพบหากินในที่ร่ม เงาไม้
พบชุกชุมในเขตอบอุ่น ทั่วโลก เชื่อว่ามีแหล่ง กำเนิดอยู่ในเขตร้อนของทวีปอเมริกา
ในการสำรวจ ครั้งนี้พบจำนวน 7 ชนิด

5. วงศ์ผีเสื้อป่า (Family Amathusiidae)
ผีเสื้อในวงศ์นี้มีขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่จะมีสีเข้มและหากินตามบริเวณที่เป็นร่มทึบ
พบได้ในทวีปเอเชีย จนถึงออสเตเรีย ในการสำรวจ ครั้งนี้พบเพียงชนิดเดียวเท่านั้น

6. วงศ์ผีเสื้อขาหน้าพู่ (Family Nymphalidae)
ผีเสื้อวงศ์นี้พบมากที่สุดในประเทศไทย โดยจะมีขาคู่หน้าที่หดสั้นลงจนดูคล้ายกระจุกพู่ขน
ไม่สามารถใช้เกาะ หรือเดินได้ ทำให้มองเห็นเพียง 4 ขาเท่านั้น ตัวหนอนของผีเสื้อวงศ์นี้
มีขนแหลมๆอยู่ทั่วตัว ผีเสื้อตัวเต็มวัยชอบออก หากินในที่โล่ง มีแสงแดดจัด
ในการสำรวจครั้งนี้พบจำนวน 32 ชนิด

7. วงศ์ผีเสื้อหัวแหลม (Family Libytheidae)
ผีเสื้อวงศ์นี้มีลักษณะเด่น คือ ส่วนหัวมี ระยางค์ปาก (labial palps) ยื่นแหลมออกมาคล้าย มีหัวแหลม
ปลายปีกคู่หน้าโค้งออก ตัดเป็นรูปมุมฉาก บางครั้งก็เรียกว่าผีเสื้อจมูกแหลม
ในประเทศไทยพบเพียง 4 ชนิด เท่านั้น ในการสำรวจครั้งนี้พบเพียง ชนิดเดียวเท่านั้น

8. วงศ์ผีเสื้อปีกกึ่งหุบ (Family Riodinidae)
ผีเสื้อวงศ์นี้จะมีขาคู่หน้าของเพศผู้ ที่มีลักษณะ คล้ายกับผีเสื้อในวงศ์ผีเสื้อขาหน้าพู่
คือ ส่วนปลายขาเสื่อมหายไป เหลือเพียงโคนขา และเพศเมียมีขาครบ
ส่วนมากผีเสื้อปีกกึ่งหุบ เวลาที่เกาะกับพื้นดินมักจะ กางปีก ออกเป็นรูปตัว V
ในการสำรวจครั้งนี้พบจำนวน 3 ชนิด

9. วงศ์ผีเสื้อสีน้ำเงิน (Family Lycaenidae)
ผีเสื้อวงศ์นี้ส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก บางชนิด มีขนาดปีกกว้างไม่ถึง 15 มิลลิเมตร
ปีกด้านบน มีสีฟ้าหรือน้ำเงินอมม่วง ในระยะตัวหนอนจะกิน พืชตระกูลถั่วเป็นอาหาร
ในการสำรวจครั้งนี้พบ จำนวน 12 ชนิด

10. วงศ์ผีเสื้อบินเร็ว (Family Hesperiidae)
ผีเสื้อในวงศ์นี้มีส่วนคล้ายกับผีเสื้อกลางคืน คือ มีปีกสั้น ลำตัวค่อนข้างใหญ่เมื่อเปรียบเทียบกับขนาดปีก
ส่วนใหญ่ปีกมีสีน้ำตาลเข้ม แต่เนื่องจากผีเสื้อในวงศ์นี้มีลักษณะก้ำกึ่งระหว่างผีเสื้อกลางวันและผีเสื้อกลางคืน
นักอนุกรมวิธานบางท่าน จึงจัดผีเสื้อบินเร็วอยู่ในกลุ่มต่างหาก ในการสำรวจครั้งนี้พบเพียงชนิดเดียวเท่านั้น

ความแตกต่างของผีเสื้อทั้งสองชนิดนี้ พอจะสังเกตคร่าวๆ ได้ดังนี้
ผีเสื้อกลางวัน
- หนวด ส่วนปลายจะพองโตคล้ายรูปกระบอง แต่มีบางชนิดที่มีปลายหนวดเป็นรูปขอ เวลาเกาะจะชูหนวดขึ้น
เหนือหัวเป็นรูปตัวอักษรวี (V)
-ลำตัว ค่อนข้างยาวเรียว และตามลำตัวจะไม่มีขนปกคลุม หรือมีก็เพียงบางๆ ไม่เห็นชัดเจน
- การเกาะ จะหุบปีกตั้งขึ้น ปีกด้านบนจะแนบชิดติดกัน หรือกางออกเล็กน้อย
แต่ก็มีบางชนิดที่กางปีกราบลงกับพื้น เช่น ผีเสื้อแผนที่ธรรมดา (Common Map-wing)
- การเชื่อมติดของปีกคู่หน้าและคู่หลัง เพื่อให้การกระพือเป็นไปพร้อมๆ กัน
จะใช้วิธีการซ้อนอัดแนบกันของปีกคู่หน้าและคู่หลัง
- การออกหากิน จะออกหากินในเวลากลางวัน แต่ก็มีบางชนิด ที่ชอบออกหากินในตอนพลบค่ำหรือใกล้รุ่ง
เช่น ผีเสื้อสายัณห์สีตาลธรรมดา (Common Evening Brown)
ผีเสื้อกลางคืน
- หนวด มีรูปร่างต่างๆ กันหลายแบบ เช่น เป็นรูปคล้ายเส้นด้าย เป็นรูปฟันหวี เป็นรูปพู่ขนนก เป็นรูปเคียว
มีเพียงบางชนิด ที่มีหนวดพองออกคล้ายรูปกระบอง เหมือนกับผีเสื้อกลางวัน เวลาเกาะจะซ่อนหนวดไว้ใต้ปีก
หรือลู่แนบไปตามขอบปีก
- ลำตัว อ้วนกลม และสั้นกว่าลำตัวของผีเสื้อกลางวัน เมื่อเทียบกับขนาดความกว้างยาวของปีก
ลำตัวจะมีขนปกคลุมค่อนข้างหนา
- การเกาะ ในขณะที่เกาะจะกางปีกราบ หรือลู่ลงคล้ายกระโจม
แต่ก็มีไม่กี่ชนิดที่จะหุบปีกตั้งตรงขึ้นเหมือนผีเสื้อกลางวัน
- การเชื่อมติดของปีก จะมีขนแข็งๆ (อาจมีเพียงหนึ่งเส้นหรือมากกว่านั้น) ที่ตรงบริเวณปีกคู่หลัง
และยื่นสอดเข้าไปเกี่ยวกับห่วงที่อยู่ใต้โคนปีกคู่หน้า
-การออกหากินจะออกหากินในเวลากลางคืนแต่ก็มีบางชนิดออกหากินในเวลากลางวันด้วย
เช่น ผีเสื้อทองเฉียงพร้า ผีเสื้อหนอนคืบสไบแดง ซึ่งมักจะมีสีสันฉูดฉาดเหมือนกับผีเสื้อกลางวัน
ในการที่จะชี้ชัดลงไปว่าเป็นผีเสื้อกลางวันหรือผีเสื้อกลางคืนนั้น จะต้องใช้หลักเกณฑ์หลายๆข้อ
ประกอบกันพิจารณามิใช่เพียงข้อใดข้อหนึ่ง หลักเกณฑ์ดังที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงข้อสังเกตในเบื้องต้นเท่านั้น
หากจะให้ละเอียดลงไปหมายถึงว่าต้องอาศัยลักษณะทางกายวิภาคและพฤติกรรมอื่นๆเข้ามาประกอบกันพิจารณา

แหล่งดูผีเสื้อ
ผีเสื้อสามารถพบได้ง่ายบริเวณริมลำห้วย หนองน้ำหรือบริเวณที่มีดอกไม้
แต่ก็มีผีเสื้อบางชนิดจะพบได้เฉพาะในทุ่งหญ้าหรือป่าทึบเท่านั้น จะว่าไปแล้วเราพบผีเสื้อได้เกือบทุกแห่งที่ที่มีต้นไม้
เพราะชีวิตของผีเสื้อส่วนใหญ่ จะผูกพันอยู่กับต้นไม้ ตั้งแต่เกิดเป็นไข่บนใบไม้ เป็นหนอนกินใบไม้
เป็นดักแด้อยู่บนต้นไม้ เป็นตัวผีเสื้อมากินน้ำหวาน มาผสมเกสรให้ดอกไม้ ทั้งนี้ยกเว้นต้นไม้ที่มียาฆ่าแมลง
นอกจากนี้สภาพแวดล้อมก็มีผลต่อผีเสื้อด้วย โดยเฉพาะที่ที่มีมลภาวะทางอากาศ มีควันพิษ มีสารเคมี
หรือสารกัมมันตภาพรังสีรั่วไหล ดังนั้นเราจึงพบเห็นผีเสื้อในป่าในธรรมชาติ ได้ง่ายกว่าในเมือง
งามผีเสื้อแสนงาม ยิ่งงามเมื่อมีแสงตะวัน
โบกปีกตรงนี้ตรงนั้น ทุกวันผีเสื้อแสนสำราญ
คนเรามิใช่ผีเสื้อ ทุกเมื่อควรมีคำถาม
โบกปีกชีวิตทุกยาม ทำคุณความงามอะไร

HOMEl lวงจรชีวิตของผีเสื้อl ประเภทของผีเสื้อl
โครงสร้างผีเสื้อl สวนผีเสื้อในประเทศไทยl GALLERY